| 1.
ลักษณะของเทมเพลต |
เทมเพลตใน
Dreamweaver จะช่วยอำนวยความสะดวกในการสร้าง และการพัฒนาเว็บเพจโดยจะ
กำหนดส่วนที่คงที่ในแต่ละหน้าของเว็บเพจ โดยที่เราจะแก้ไขเฉพาะเนื้อหาของเพจที่มีการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น
|
|
| 2.
การสร้างเทมเพลต |
เราสามารถสสร้างเทมเพลตได้สองวิธี
วิธีแรกคือ สร้างจากหน้าเว็บที่ออกแบบไว้แล้วที่ต้องการ
ใช้เป็นแบบ และอีกวิธีคือสร้างใหม่ทั้งหมด
สร้างเทมเพลตจากหน้าเว็บที่ออกแบบไว้แล้ว
เราสามารถสร้างเทมเพลตจากหน้าเว็บที่ออกแบบไว้แล้วได้ดังนี้
|
|
|
1.
เลือกคำสั่ง File>Save as Template
2.
ตั้งชื่อไฟล์เทมเพลตในหน้าต่าง Save As Template แล้วคลิกปุ่ม Save
3.
เมื่อต้องการเปิดดูหน้าต่าง Template ให้เลือก Window>Template จะแสดงไฟล์เทมเพลตที่เราสร้างเกิดขึ้น
|
| สร้างเทมเพลตใหม่ |
นอกจากการสร้างเทมเพลตจากหน้าเว็บที่เราได้ออกแบบไว้แล้ว
เราสามารถสร้างไฟล์เทมเพลตใหม่ได้จากหน้าต่าง Templates โดย Click ที่ปุ่ม
แล้วเลือกคำสั่ง New Template จะปรากฏไฟล์เทมเพลตเกิดขึ้นที่หน้าต่าง
Templates เราสามารถ Click ขึ้นมาเพื่อแก้ไขเทมเพลตได้ |
|
| เมื่อเราสร้างเทมเพลตขึ้นมาใหม่แล้ว
โปรแกรมจะทำการสร้างโฟลเดอร์และไฟล์เทมเพลตเก็บไว้ในดซต์ของเราให้โดยอัตโนมัติ
และเราสามารถเข้าไปเปลี่ยนชื่อของไฟล์เทมเพลตได้จากหน้าต่าง Site ได้เลย |
| 3.
การกำหนดพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลงได้ในเทมเพลต |
ในเทมเพลตเราสามารถกำหนดส่วนที่ล็อคไว้ซึ่งเป็นส่วนที่มีข้อมูลที่ไม่เปลี่ยนแปลง
กับ
ส่วนที่เปลี่ยนแปลงได้ (เราเรียกพื้นที่ส่วนนี้ว่า Editable Region)
เช่น ถ้าเราใช้เทมเพลตสร้างหน้าเว็บเพจที่เป็นเว็บไซต์ของบริษัท ส่วนหัวของเว็บเพจทุกหน้าที่ประกอบด้วยโลโก้บริษัทก็อาจถูกกำหนดให้เป็นส่วนที่ล็อคไว้
และส่วนที่เปลี่ยนคือส่วนที่เป็นเนื้อหาในแต่ละหน้า ซึ่งหลังจากที่เราได้สร้างเทมเพลตแล้ว
เมื่อเรานำเทมเพลตไปใช้กับหน้าเว็บเพจใด จะพบว่าจะแก้ไขข้อมูลได้ในบริเวณที่เรากำหนดให้เปลี่ยนได้เท่านั้น
|
|
|
1.
เปิดหน้าเทมเพลต เลือกเมนู Insert>Template Object>Editable Region
หรือกดคีย์
<Ctrl+Alt+V>
2.
กำหนดชื่อเรียกพื้นที่ที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้แล้วคลิกปุ่ม OK
3.
ชื่อที่ตั้งจะปรากฏในบริเวณที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งในขณะที่เราเปิดหน้าเทมเพลต
เราจะแก้ไขได้ทั้งพื้นที่ที่กำหนดให้เปลี่ยนแปลงได้ และพื้นที่ล็อคไว้
แต่เมื่อใดที่เรานำเทมเพลตนี้ไปใช้กับหน้าเว็บเพจ หน้าเว็บเพจนั้นจะแก้ได้เฉพาะพื้นที่ที่ถูกกำหนดไว้ให้เปลี่ยนแปลงได้เท่านั้น
ถ้าเราต้องการกำหนดส่วนที่มีข้อมูลอยู่แล้วในเทมเพลตให้เป็น Editable
Region ให้เลือก
Modify>Template>Remove Template Markup
|
| 4.
การนำเทมเพลตมาใช้งาน |
| เมื่อเราสร้างเทมเพลตเสร็จแล้ว
มีสองวิธีในการนำเทมเพลตมาใช้ คือใช้เทมเพลตสร้างหน้าเว็บใหม่โดยเลือกคำสั่ง
File > New เลือกชื่อเทมเพลตที่ต้องการ หรือนำเทมเพลตมาใช้กับหน้าที่สร้างไว้แล้วซึ่งมีขั้นตอนดังนี้ |
| การนำเทมเพลตมาใช้กับหน้าเว็บเพจใหม่ |
|
|
1.
เลือกคำสั่ง File>New
2.
Click แท็บ Template
3.
เลือก Template ที่เราจะใช้
4.
Click mouse ที่ปุ่ม Create
เนื้อหาที่มีในเทมเพลตจะถูกนำมาเพิ่มเข้าไปในหน้าเว็บใหม่
ในส่วนที่เป็นเทมเพลต
เราไม่สามารถเข้าไปแก้ไขได้ แต่เราสามารถออกแบบหน้าเว็บเพจในส่วนที่แก้ไขได้เท่านั้น
|
| การนำเทมเพลตมาใช้งานกับเว็บเพจที่ออกแบบไว้แล้ว |
1.
เปิดหน้าเว็บเพจที่สร้างไว้แล้ว และเลือกคำสั่ง Modify>Templates>apply
Template to page
2. เลือกชื่อเทมเพลตที่ต้องการ
และคลิกเมาส์ที่ปุ่ม Create เนื้อหาที่มีในเทม
เพลตจะถูกนำมาเพิ่มเข้าไปในหน้าเว็บเดิม และหน้าเว็บจะถูกปรับให้มีรูปแบบเหมือนเทมเพลตที่เลือก
3. เลือกส่วนของเทมเพลตที่เราสามารถแก้ไขได้
ที่เราได้เคยกำหนดไว้แล้ว ถ้า
เลือก [none] แสดงว่าไม่ต้องการให้แทรกหน้าเว็บเพจนั้นลงไป จะแสดงเฉพาะส่วนของเทมเพลตเท่านั้น
Click mouse ปุ่ม OK
ถ้าเนื้อหาบนเว็บที่มีรูปแบบการจัดวางแตกต่างจากเทมเพลต เราจะต้องกำหนดพื้นที่
เปลี่ยนแปลงได้ในเทมเพลตเพื่อรับเนื้อหานั้นเอง
|
|